ช่วงนี้กำลังปรับปรุงบลอคใหม่อยู่นะค่ะ ยังไงถ้าใครเข้ามาแล้วมันดูแปลกๆก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะค่ะ

วันนี้นำวิธีในการลดและเลี่ยงสแปมมเมล์มาฝากค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงมีอีเมล์ใช้กันอยู่แล้ว และคงประสบกับปัญหาสแปมเมล์ที่มีส่งมาทุกวันใช่ไหมค่ะ ก็เลยนำวิธีดีดีมาบอกกัน เพื่อป้องกันเจ้าเมล์น่ารำคาญเหล่านี้กันค่ะ

1. อย่าซี้ซั้วแจกอีเมล์มั่ว
ไม่ควรกรอกอีเมล์แอดเดรสลงในเว็บไซต์หรือแจกอีเมล์ให้กับคนที่ไม่รู้จัก แต่ถ้าเราต้องการสมัครใช้บริการออนไลน์ในเว็บไซต์ เช่น อ่านแมกกาซีนออนไลน์ฟรี หรือเวบบอร์ดต่างๆที่ให้กรอกอีเมล์เพื่อสมัครสมาชิก เราก็ควรที่จะมีอีเมล์สำรองไว้ใช้งานค่ะ เพื่อใช้กรอกในการสมัครเวบพวกนี้แทน ไม่ควรที่จะใช้อีเมล์ส่วนตัวค่ะ ยิ่งถ้าใครที่ใช้อีเมล์แบบที่ต้องเสียค่าบริการด้วยแล้ว ไม่ควรที่จะใช้อีเมล์นั้นในการสมัครเวบพวกนี้อย่างยิ่งค่ะ

 

2.อย่าตอบเมล์สแปม
อย่าเปิดดูข้อความในสแปมเมล์หรือตอบกลับโดยเด็ดขาด เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเท่ากับว่าเราได้ทำการยืนยันกลับไปยังผู้ส่งสแปมว่าอีเมล์แอดเดรสนี้มีอยู่จริง ซึ่งผลลัพธ์ก็คือสแปมเมล์จะถูกส่งมาเรื่อยๆ และเพิ่มมากขึ้น ในกรณีทีสงสัยว่าอีเมล์ฉบับนั้นเป็นสแปมให้ทำการลบทิ้งทันที วิธีสังเกตสแปมเมล์ง่ายๆ ก็คือมักจะใช้หัวข้อที่เรียกร้องความสนใจในทำนองเช่น “You have won the lottery” หรือ “Free prize waiting for you” หรือ “Re: Hello” อย่าหลงเปิดดูเป็นอันขาด นอกจากนี้ให้สังเกตดูอีเมล์แอดเดรสของผู้ส่งด้วย หากไม่รู้จักชื่อหรือมาจากโดเมนแปลกๆ (ชื่อโดเมนคือชื่อที่อยู่หลังสัญลักษณ์ @ ในอีเมล์แอดเดรส) ให้ฟันธงได้เลยว่าเป็นสแปมและทำการลบทิ้งทันที

 

3. ไม่ส่งต่อจดหมายลูกโซ่
อีเมล์เรื่องโจ๊กที่ถูกส่งต่อๆ มาจากเพื่อนๆ และมีข้อความตอนท้ายในทำนองที่ว่า “ส่งต่ออีเมล์นี้ให้กับผู้รับอีก 10 คนแล้วคำอธิษฐานจะเป็นจริง” อย่างนี้ไม่ต้องส่งต่อเลยค่ะ เพราะถ้าเรา้ลองสังเกตอีเมล์เหล่านี้ดูแล้ว จะพบว่ามีอีเมล์แอดเดรสมากมายรวมกันอยู่ในส่วนต้นของอีเมล์ ซึ่งบางทีหนึ่งในนั้นอาจจะแอดเดรสของนักการตลาดหรือแฮกเกอร์ก็ได้ค่ะ่ ดังนั้นแนะนำให้กลั้นใจคลิกปุ่ม Delete แทนที่จะคลิกปุ่ม Forward แทนดีกว่าค่ะ

 

4. สอบถาม ISP
สำหรับใครที่ใช้อีเมล์์ของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ต่างๆ แนะนำให้สอบถามถึงมาตรการการป้องกันสแปมเมล์ด้วยว่ามีหรือไม่และสามารถป้องกันได้ดีแค่ไหน ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายจะมี “Gateway Server” แยกต่างหากและมีโปรแกรมคอยสแกนอีเมล์ทั้งเข้าและออก หากอีเมล์ใดถูกสงสัยว่าเป็นสแปมจะถูกส่งต่อไปตรวจสอบหรือถูกลบทิ้งทันที เพียงเท่านี้มันก็ไม่สามารถเข้ามายังเมล์บ๊อกซ์ของเราได้แล้วค่ะ

 

5. บล็อกผู้ส่ง
ในโปรแกรม Outlook Express จะมีออปชัน Block Sender ให้เราได้ใช้งาน ให้คลิกเลือกที่อีเมล์ที่ต้องการบล็อกไม่ให้เข้ามายังเมล์บ๊อกซ์ของเราอีก แล้วคลิกเลือกเมนู Message -> Block sender จากนั้นอีเมล์แอดเดรสดังกล่าวจะถูกเพิ่มเข้าไปในรายการบล็อก ซึ่งในครั้งต่อไปหากมีอีเมล์ที่มาจากแอดเดรสที่ตรงกับในรายการบล็อก อีเมล์ฉบับนั้นๆ จะถูกย้ายไปยังโฟลเดอร์ Deleted Messages โดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถตรวจสอบดูรายชื่อในรายการบล็อกของ Outlook Express ได้โดยคลิกที่เมนู Tools -> Message Rules -> Blocked Sender List

 

6. กรองเมล์ขยะ
ในโปรแกรม Outlook 2003 นั้นจะมีออปชันการทำงานมากมายเกี่ยวกับการจัดการอีเมล์ชยะ โดยฟิลเตอร์กรองเมล์ขยะจะทำการย้ายข้อความที่สงสัยว่าจะเป็นเมล์ขยะไปยังโฟลเดอร์เฉพาะหรือลบมันทิ้งไป นอกจากนเรายังสามารถสร้าง (แบล็ก) ลิสต์ของแอดเดรสที่ชัดเจนว่าเป็นสแปมหรือขยะได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างลิสต์ของแอดเดรสที่คุณรู้จักซึ่งโปรแกรมจะไม่สงสัยว่าเป็นขยะโดยเด็ดขาด เช่น อีเมล์ของเพื่อนๆ สมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ โดยเราสามารถเข้าถึงออปชันจัดการเมล์ขยะได้จากเมนู Actions -> Junk E-Mail -> Junk E-Mail Option

 

7. กำหนดกฏเกณฑ์
โดยปกติโปรแกรมจัดการอีเมล์ส่วนใหญ่ (เช่น Outlook Express) จะมีฟังก์ชันกรองข้อความ (Message Filters หรือ Message Rules) ซึ่งเราสามารถกำหนดกฏเกณฑ์ในการรับข้อความโดยให้ย้ายไปยังโฟลเดอร์อื่นๆ หรือทำการลบทิ้งโดยอัตโนมัติได้ ในบางครั้งหากเราต้องการเก็บเมล์ขยะบางประเภทเอาไว้ (เช่น ข้อเสนอเรื่องการศึกษาและเรียนต่อ) ก็สามารถกำหนดกฏเกณฑ์ให้โปรแกรมทำการย้ายเมล์ที่มีข้อความเกี่ยวกับการศึกษา (เช่น Educational, Study abroad) หรือแอดเดรสที่เกี่ยวข้องไปยังโฟลเดอร์แยกต่างหากได้ ซึ่งเราสามารถเข้าถึงฟังก์ชันดังกล่าวได้โดยการคลิกที่เมนู Message -> Create Rule for Message


8. ใช้ Safe & Blocked ให้เป็นประโยชน์
บริการฟรีอีเมล์เช่น Hotmail, Yahoo, Google ฯลฯ ปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีระบบป้องกันสแปมให้ใช้ ยกตัวอย่างเช่น Safe List และ Blocked List ซึ่งเราสามารถเพิ่มเติมหรือลบรายชื่ออีเมล์แอดเดรสออกจากลิสต์ทั้งสองได้อย่างอิสระ ในกรณีของ Blocked List ข้อความจะถูกย้ายไปยังโฟลเดอร์ Junk หรือ Bulk (ซึ่งจะถูกลบทิ้งโดยอัตโนมัติเมื่อถึงกำหนด) นอกจากนี้ผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ก็จะมี Master List ของบรรดาสแปมเมอร์เก็บไว้เช่นกัน หากมีอีเมล์ไหนตรงกับลิสต์ก็จะถูกย้ายไปยังโฟลเดอร์ Junk หรือ Bulk โดยอัตโนมัติทันที
9. ใช้พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์
ในกรณีที่ของสำนักงานเล็กๆที่ใช้อีเมล์เพื่อการติดต่อด้านธุรกิจ แนะนำให้ตั้งพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาโดยให้ติดตั้งซอฟต์แวร์ Anti-Spam และ Firewall เอาไว้
พร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์คือคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งซอฟต์แวร์สำหรับพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ (เช่น WinGate และ WinProxy) นั้นจะมีฟีเจอร์ป้องกันสแปมเมล์อยู่ในตัว ที่สามารถเปรียบเทียบแอดเดรสที่อยู่ในลิสต์รายการ .”Safe” และ “Black” ได้ โดยอี-เมล์ที่ถูกแบล็กลิสต์จะถูกลบออกจากพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ และหมดโอกาสเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายของเราค่ะ
(ข้อมูลเพิ่มเติม : www.wingate.com และ www.winproxy.com)
10. ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันสแปม
ปัจจุบันนี้มีซอฟต์แวร์อื่นๆที่ออกแบบมาเพื่ื่อมาต่อกรกับสแปมเมล์ และสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมจัดการอีเมล์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ (เช่น Outlook Express) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพในการควบคุมและจัดการสแปมเมล์ที่สูงกว่าโดยจะทำการตรวจสอบอี-เมล์ ทั้งที่ผ่านเข้ามาและถูกส่งออกไป ยกตัวอย่างโปรแกรมเช่น PixByte, AntiSpam Professional, Spam Inspector, Spam Monitor.
ยังไงใครที่กำลังเจอสแปมเมล์ก่อกวนให้รำคาญใจอยู่ ก็ลองนำไปปฏิบัติตามกันดูได้นะค่ะ

ข้อมูล : http://www.click2solutions.com/

 

 

 



~memay~ View my profile