กูเกิลเสาะเบาะแสละเมิดทางเพศเด็ก
posted on 20 Apr 2008 19:18 by memay-p in ITกูเกิลพัฒนาเทคโนโลยีในการเสาะหาภาพโป๊เด็ก ซึ่งจะช่วยให้ตำรวจสามารถสืบหา ตัวการผู้ล่วงละเมิด และให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที โดยกูเกิล ใช้เทคโนโลยีตรวจเช็กข้อมูลและภาพ ที่ยูทิวบ์ใช้ในการตรวจสอบไฟล์วีดิโอ ที่อาจเผยแพร่โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
วิศวกรของกูเกิลอิงค์กำลังพัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่จะช่วยสืบค้นไปถึงต้นตอตัวการจัดหาภาพ โป๊เด็กและเว็บไซต์ที่อาจ ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก
กูเกิลกำลังทำงานร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กหายและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NCMEC) ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการกรองคลิปวีดิโอที่อยู่บนยูทิวบ์ (You Tube) เว็บไซต์ที่กูเกิลใช้เงินซื้อมาเป็นเจ้าของ
การกรองคลิปวีดิโอที่อยู่บนยูทิวบ์นั้น สืบเนื่องมาจากปัญหาทางลิขสิทธิ์ เพราะยูทิวบ์อาจถูกใช้เป็น ช่องทางในการเผยแพร่วีดิโอที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้เต็มใจ จึงจำเป็นต้องมีระบบตรวจสอบ เพื่อแก้ปัญหา หากเจ้าของสิทธิ์หรือผู้ถูกละเมิดต้องการให้งดการเผยแพร่วีดิโอดังกล่าว
โปรแกรมจะทำงานโดยการจดจำรูปแบบของภาพและเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบแยกแยะ ได้ถึงไฟล์วีดิโอหรือภาพที่อาจเป็นภาพโป๊หรือล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก
ปัจจุบันนักเผยแพร่ภาพโป๊เด็ก รวมทั้งผู้ล่วงละเมิด ต่างหาวิธีการในการหลีกเลี่ยง ไม่ให้ถูกจับกุมได้โดยง่าย และใช้แท็กติกที่ลึกล้ำมากขึ้นในการหลบเลี่ยง
ทีมของกูเกิลให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีของกูเกิลถูกนำไปใช้ในการ แก้ปัญหาสังคม จากแค่คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการให้บริการของบริษัทแต่เพียงอย่างเดียว ขณะนี้ทีมงานกำลังพัฒนาคิดค้นเทคโนโลยีที่จะช่วยเด็กที่ถูกล่วงละเมิดจากทั่วโลก
กูเกิลระบุว่า จำนวนอาชญากรที่ใช้เว็บไซต์ในการล่อลวงเด็กมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรดาผู้ตรวจสอบต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่งยวดในการตรวจสอบ จับกุม
นับตั้งแต่ปี 2002 NCMEC ได้ตรวจสอบภาพหรือวีดิโอเด็กที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเป็นจำนวนถึง 13 ล้านชิ้น โดย NCMEC สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเข้าช่วยเหลือ เด็กผู้เคราะห์ร้าย เฉพาะปีที่แล้ว NCMEC เข้าไปตรวจสอบภาพและวีดิโอทั้งสิ้น 5 ล้านชิ้น
เทคโนโลยีที่กูเกิลช่วยพัฒนา จะทำให้ทีมงานสืบ เสาะค้นหาภาพได้รวดเร็วและว่องไวยิ่งขึ้น ที่สำคัญแม้ ว่าอาชญากรจะพยายามใช้ เทคโนโลยีที่พลิกแพลงไปมากเพียงไร แต่โปรแกรมที่กูเกิลช่วยพัฒนาก็ยังจะสามารถเสาะหาต้นตอได้
“ปกติการตรวจสอบเพื่อสืบหาต้นตอเว็บไซต์หรือรูปภาพเป้าหมาย จะใช้วิธีเสาะหาทาง วัตถุแวดล้อม เช่นปฏิทินบนฝาผนังหรือโลโก้บนเสื้อเชิ้ต ซึ่งการพิจารณาส่วนประกอบ เล็กๆน้อยๆดังกล่าว บางครั้งช่วยนำไปสู่การจับกุมและช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อได้
ทั้งนี้ ภายใต้กฎระเบียบใหม่ของกูเกิล บริษัทอนุญาตให้พนักงานสามารถใช้เวลา 20% ในการทำโปรเจกต์ที่ได้รับมอบหมายได้ พนักงานจึงสามารถใช้เวลาเต็มที่ได้ส่วนหนึ่ง ในการช่วยเหลือทางการ.
ข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
IT Tip


#1 By b613 on 2008-04-20 19:33