[TAG] เรียน"รังสีเทคนิค"อย่างคนมีกึ๋น
posted on 04 Oct 2008 11:54 by memay-p in Life-Styleเห็น TAG นี้ ขอบอกว่าไม่ทำไม่ได้แล้ว ยังไงก็ขออินเทรนด์ มีส่วนร่วมกับเขาหน่อยก็แล้วกันนะคะ
เริ่มกันเลยล่ะกัน
Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น
กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
คณะสหเวชศาสตร์ สาขารังสีเทคนิค ปี 4 มหาวิทยาลัยนเรศวร
โดยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่มหาวิทยาลัยมหิดล จะใช้ชื่อว่า คณะเทคนิคการแพทย์ สาขารังสีเทคนิค ซึ่งก็คือคณะเดียวกันนั้นแหล่ะ
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า รังสีเทคนิคจะแบ่งออกเป็น 3 ด้านด้วยกัน ก็คือ
- ด้านรังสีวินิจฉัย
- ด้านรังสีรักษา
- ด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์
ซึ่งเวลาที่เรียนแล้วก็จะเรียนหมดทุกด้าน โดยที่ มน.นั้น จะเน้นทางด้านรังสีวินิจฉัยเป็นหลัก สำหรับการเรียนนั้น
ในปี 1 จะเรียนวิชาพื้นฐานทั่วๆไป จาก ม.ปลาย พวกฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย อังกฤษ และก็วิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยคล้ายๆกับมหาวิทยาลัยอื่นๆนั้นแหล่ะ โดยจะเรียนรวมๆกันหลายคณะ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาของการหาเพื่อน หาแฟน(เกี่ยวกันไหมนี่
) เพราะหลังจากนี้คุณแทบจะไม่ได้เจอคณะอื่นๆอีกเลย
ปี 2 จะเรียนทางด้านสายวิทยาศาสตร์สุขภาพมากขึ้น วิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยก็ยังมีอยู่บาง 2-3 ตัว แต่จะได้เรียนทางสายวิทย์สุขภาพซะเป็นส่วนใหญ่ เรียนรวมกับแพทย์ เภสัช ทันตะ พยาบาล ประมาณนี้ เป็นพวกวิชา Physiology, Pathology, Anatomy บลา บลาๆๆ ประมาณนี้แหล่ะ โดยที่ มน.จะเรียนต่างกัยที่ มช. และ มหิดล ในวิชา Anatomy จะต้องเรียนเป็น Anatomy 1,2 โดยเรียนในเทอมเดียว
ซึ่งก็คือเราจะต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ และมีการผ่าร่างของอาจารย์ใหญ่เช่นเดียวกัยนิสิตแพทย์และทันตะ นอกจากวิชาทางสายวิทย์สุขภาพแล้ว ในปี 2 ก็จะเริ่มเรียนวิชาพื้นฐานทางด้านรังสีบ้างแล้ว เช่น ฟิสิกส์รังสีการแพทย์ จะเหมือนการเอาวิชาฟิสิกส์ ชีวะ เคมี มายำรวมกันประมาณนั้นแหล่ะ
ปี 3 ชีวิตที่แสนสุขจะหายไป เพราะว่าเราจะได้เรียนแต่ที่ภาควิชาเท่านั้นจริงๆ แทบไม่ได้ไปเรียนคณะอื่นเลย ยกเว้นจะขยันลงวิชาเลือกเท่านั้น (ความจริง เมก็ลงวิชาเลือกปี 3 เพราะอยากออกไปนอกคณะบ้างเนี่ยแหล่ะ
) โดยในเทอมแรกนั้น จะเรียนทางด้านรังสีวินิจฉัยทั่วไป เช่น การถ่ายเอกซเรย์ การดูแลผู้ป่วยในงานรังสีวิทยา การป้องกันอันตรายจากรังสี ฯลฯ จากนั้นเทอม 2 เราก็จะได้ไปฝึกงานทางด้านรังสีวินิจฉัยทั่วไป ตามโรงพยาบาลต่างๆเป็นเวลา 2 เดือน จากนั้น ก็จะมาเรียนพื้นฐานทางด้านรังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพราะฉะนั้นลืมเรื่องปิดเทอมไปได้เลย เพราะว่าหลังจากนี้เราจะเรียนๆ และก็ทำแลบ อย่างมาราธอนกันเลย เหอๆ
ปี 4 จากที่บอกไว้ว่าที่ มน.นั้น จะเน้นการเรียนทางด้านรังสีวินิจฉัย ดังนั้นวิชาในปี 4 ก็จะเป็นการเรียนที่เฉพาะทางมากขึ้น โดยจะเรียนเกี่ยวกับอัลตราซาวด์ CT MRI เรียกกันว่าเครื่องมือ การตรวจ ที่ต้องพบเจอในแผนกรังสีวิทยาของโรงพยาบาลนั้น จะต้องรู้กันให้หมดเลยทีเดียว
นอกการเรียนแล้วก็ยังจะมีการดูเคสที่โรงพยาบาล และยังต้องทำโปรเจคต์กันอีกด้วย ถือว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างหนักอยู่เหมือนกัน สำหรับเทอม 2 นั้น เราก็จะได้ไปฝึกงานในด้านรังสีวินิจฉัยพิเศษ ซึ่งก็คือพวกที่เรียนมาในตอนเทอมแรกนั้นแหล่ะ ซึ่งตอนนี้เม ก็กำลังจะไปฝึกงานตอนกลางเดือน ต.ค. นี้ อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวคงได้เล่าให้ฟังกันอีกที
อันนี้เป็นแค่รายละเอียดคร่าวๆล่ะกัน ส่วนใครที่สนใจอยากดูหลักสูตรการเรียนการสอนเต็มๆ คลิก
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
หลักๆเลยจบไปก็ทำงานแผนกรังสีวิทยาของโรงพยาบาล เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวน์ ฉายรังสีผู้ป่วยโรคมะเร็ง CT MRI บลา บลาๆๆๆๆ บางส่วนก็ไปทำงานเป็นเซลล์ขายพวกอุปกรณ์การแพทย์ หรือดีเทลยาก็มี (อันนี้ดูจากรุ่นพี่ที่จบๆไปนะ) ส่วนใครที่อยากเรียนต่อ ป.โท ก็สามารถไปเรียนต่อได้หลายสาขา ทั้งฟิสิกส์รังสี รังสีเทคนิค วิทยาศาสตร์รังสี จบมาก็มาเป็นอาจารย์สอนในระดับมหาวิทยาลัยได้ หรือถ้าใจรักทางด้านนิวเคลียร์จริงก็แนะนำที่สำนักงานปรมณูเพื่อสันติเลย เพราะเห็นว่าหาคนเข้าไปทำงานยากมากๆ
หรืออาจจะเปลี่ยนสายไปเรียนทางด้านวิศวะคอมฯ MBA พวกนี้ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
ขยัน และรับผิดชอบ เพราะเราจะเรียนค่อนข้างหนักและงานเยอะมากๆ โดยเฉพาะแลบที่ต้องทำกันทุกอาทิตย์ เคสคนไข้อีก บลาๆๆ เรียกว่าช่วงไหนที่ต้องดูฟิล์มของคนไข้ ก็ดูกันจนแทบเก็บไปฝัน หลอนกันเลยทีเดียว 555+ เพราะฉะนั้นต้องขยันที่จะหาความรู้นอกจากห้องเรียนด้วย และก็ต้องรับผิดชอบงานที่อาจารย์สั่งด้วย
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
"พี่เรียนรังสีแล้วจะเป็นหมันป่าวอ่ะ" หรือ "พ่อแม่ไม่ให้เรียนรังสีอ่ะ เพราะกลัวอันตราย กลัวเป็นมะเร็ง"
อันนี้บอกไว้เลยนะน้องๆ ว่ายังไงก็ไม่เป็นแน่นอน คำถามประเภทนี้พวกพี่จะเจอน้องๆที่ติดรังสีเทคนิคถามเข้ามาทุกปี ก็เลยอยากจะบอกว่ารังสีอ่ะ ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นนะ ถ้าหากเรารู้จักใช้มันอย่างถูกต้อง ถ้าใครเคยติดตามข่าวเกี่ยวกับโคบอลต์ 60 ที่มีการหลุดออกมาจากโรงพยาบาล เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน แล้วกลัวล่ะก็ จะบอกว่านั้นเป็นวิธีการจัดการที่่ไม่ถูกต้อง แต่ในการเรียนรังสีเทคนิคจริงๆนั้น เราเรียนใช้ และก็เรียนป้องกันด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวๆ ยังไงก็ไม่เป็นหมันหรือได้รับอันตรายอื่นๆแน่นอน เพราะเท่าที่พี่เรียนมาเราจะเจอและสัมผัสกับรังสีน้อยมากๆเลยนะ เทียบกับรังสียูวีจากแสงแดด หรือหน้าจอคอมที่น้องๆได้รับกันอยู่ทุกวันนี้ ยังน้อยกว่าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ถ้าสนใจจะเรียนก็สามารถเข้ามาเรียนได้เลย โดยเฉพาะน้องผู้ชาย มาเรียนกันเยอะๆหน่อยเหอะ รู้สึกว่ารุ่นหลังนี่ ทำไมน้องผู้ชายมันน้อยลงๆไปทุกวันว่ะเนี่ย
(แบบว่าจะกลัวอะไรกันนักกันหนาเนี่ย) พี่ๆ ป้าๆ เขาอยากจะมีผู้ชายไว้ประดับสายรหัสบ้างอ่ะนะ 555+ เข้ามาเรียนเหอะ มีงานทำแน่นอน เพราะว่าประเทศเรายังขาดบุคคลากรด้านนี้อยู่อีกมากเลยนะ (สุดท้ายจบแบบมีสาระนิดนึง)
ถ้าน้องๆสนใจเพิ่มเติมก็สามารถถามไว้ที่คอมเม้นท์ได้นะ เดี๋ยวเมจะตอบให้เองนะคะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเขียนอะไรที่มีสาระขนาดนี้ได้
ปกติไร้สาระมาตลอด
เพิ่มเติมนิดนึง เอนทรี่นี้ เป็นการดูงานกับทางคณะคะ ใครที่สนใจก็เข้าไปดูได้นะคะ ดูงาน : สำนักงานปรมาณูฯ+ศูนย์ไซโคลตรอน
สุดท้ายแล้วจริงๆ ตั้งแต่ 13 ต.ค. 51 เมก็จะเริ่มฝึกงานแล้วนะคะ โดยสถานที่ฝึกงาน มีดังนี้คะ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, โรงพยาบาลกลาง, โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และสถาบันประสาทวิทยา ฝึกทั้งหมดนี้จริงๆนะคะ บอกเผือไว้สำหรับใครที่ไม่ชอบการเวียนฝึกงานหลายๆที่ แต่หากมาเรียนที่นี่แล้ว เวลาฝึกงานยังไงคุณก็ต้องเจออย่างนี้แน่นอนคะ



ไปฝึกงานก็ขอให้โชคดีนะคะ
#1 By zaruwatari (118.172.30.206) on 2008-10-04 17:12